ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์

ประวัติและความเป็นมา:::: 
               ทบวงมหาวิทยาลัยได้ศึกษาความต้องการกำลังคนในสาขาวิชาที่ขาดแคลนแล้วพบว่า การผลิตบัณฑิตทางด้าน วิทยาศาสตร์สุขภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตามแผนการผลิตปกติยังไม่สามารถตอบสนองแผนพัฒนาสาธารณสุขของประเทศได้ จึงได้นำเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้ง ปริมาณและคุณภาพ โดยได้จัดทำเป็นแผนการเพิ่มการผลิตบัณฑิตและพัฒนาการจัดการศึกษาซึ่งมีการเพิ่มการรับนิสิต และการพัฒนาอาจารย์ควบคู่กันไปด้วย ผลการศึกษาวิเคราะห์ ดังกล่าวข้างต้นได้กำหนดเป็น เป้าหมายจำนวนบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพในสาขาวิชาต่าง ๆ ต่อประชากรไว้ดังนี้
ตารางที่ 1 แสดงอัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากรจำนวนตามสาขาวิชา::::
ลำดับ สาขาวิชา อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์
ต่อประชากรตามเป้าหมาย
กำหนดเป้าหมายไว้
ในปี พ.ศ.
อัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากรในปัจจุบัน
เฉลี่ยทั่วประเทศ
1 สาขาวิชาแพทยศาสตร์ 1:2,000 2545 1:4,500
2 สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ 1:950 2544 1:1,200
3 สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ 1:9,800 2543 1:13,000
4 สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 1:5,200 2546 1:8,500
5 สาขาวิชาสหเวชศาสตร์ 1:5,300 2546 1:10,100
 
ตารางที่ 2 แสดงอัตราส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากรในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง...
ลำดับ สาขาวิชา อัตราส่วนประชากร : แพทย์ 1 คน เฉลี่ย 9 จังหวัด
พล. นว. สท. พบ. พจ. ตก. อต. กพ. อท.
1 สาขาวิชาแพทยศาสตร์ 4,458 6,845 10,331 13,137 12,878 6,669 10,608 17,317 8,146 1:10,500
2 สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ 1,450 1,563 1,605 1,620 1,770 1,450 1,625 1,700 1,610 1:1,538
3 สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ 14,300 15,500 15,380 16,430 15,470 15,470 15,150 16,340 15,130 1:15,580
4 สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 9,800 10,500 11,000 11,200 10,400 10,850 11,210 12,100 12,080 1:10,080
จากเป้าหมายบุคลากรทางด้านวิทยาศาตร์สุขภาพต่อประชากรที่ได้ศึกษาไว้ดังกล่าว ข้างต้น สามารถนำมาคาดประมาณความต้องการบัณฑิตในสาขาวิชาต่าง ๆ ของประเทศในอนาคตได้ดังนี้
 
ตารางที่ 3 แสดงจำนวนบัณฑิตทางการแพทย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันและมีความต้องการอนาคต...
ลำดับ สาขาวิชา จำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบัน จำนวนที่ต้องการ
(ปี พ.ศ. ตามเป้าหมาย)
1 สาขาวิชาแพทยศาสตร์ 14,400 34,800(2544)
2 สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ 48,749 68,292(2544)
3 สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ 4,600 7,000(2543)
4 สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 9,500 12,800(2546)
5 สาขาวิชาสหเวชศาสตร์ 5,754 15,592(2546)
รวม 135,484
 
          เมื่อพิจารณาจำนวนบัณฑิตในสาขาวิชาต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันและจำนวนที่ต้องการในอนาคตและขีดความสามารถของสถาบันฝ่ายผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้วสามารถเพิ่มการรับนิสิตได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการที่ได้คาดประมาณไว้ จึงจำเป็นต้องขยายแหล่งผลิตเพิ่มมากขึ้นและโดยปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งคือปัญหาการกระจายของบุคลากรในสาขาวิชาที่ขาดแคลน จากการศึกษาของทบวงมหาวิทยาลัยพบว่า ถ้ามีการตั้งคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะสหเวชศาสตร์ ขึ้น ณ บริเวณใดแล้ว จะทำให้สัดส่วนของบุคลากรในสาขานั้นๆ ต่อประชากรดีขึ้น ดังนั้น ทบวงมหาวิทยาลัยจึงได้กำหนดเป็นนโยบายให้ตั้งคณะวิชา/ภาควิชาใหม่ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพในมหาวิทยาลัยภูมิภาค และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างสถาบันที่ผลิตบุคลากรทางด้านนี้ที่กรุงเทพ-มหานครและที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเป็นจุดที่ตั้งที่เหมาะสมที่จะผลิตบัณฑิตทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพออกมารับใช้สังคมโดยเฉพาะบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งได้แก่ ในภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นฐานการจัดการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพอยู่แล้ว คือ คณะเภสัชศาสตร์ จึงได้รับนโยบายดังกล่าวมาจัดทำโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ เสนอขอปรับเข้าไว้ในแผนฯ 7 แล้ว และคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้ความเห็นชอบแนวทางการจัดการศึกษาของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยให้มีการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนระดับ PRE-CLINIC ให้การสนับสนุนงานวิจัยกับอาจารย์และนิสิตในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ นิสิตในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ และสาขาวิชาสหเวชศาสตร์ ในระดับปริญญาตรีและผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาที่มีความต้องการเร่งด่วนทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ด้วย จุดเน้นอีกประการหนึ่งคือ การผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อสร้างอาจารย์และนักวิจัยในสาขาวิชาทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ให้เป็นผู้นำทางวิชาการในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โดยจะสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อพัฒนาไปสู่การจัดหลักสูตรนานาชาติในสาขาวิชาต่าง ๆ อีกด้วย การกำหนดองค์กรขึ้นในลักษณะเช่นนี้ก็เพื่อปฏิรูปการบริหารงานให้เหมาะสมและคล่องตัวมากขึ้น เป็นการรวมภาควิชาที่รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนระดับ PRE-CLINIC ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขาเข้าไว้ด้วยกันให้เป็นหน่วยงานที่มีความกะทัดรัดไม่ใหญ่โตเกินไป เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการมีความเป็นอิสระทางวิชาการสูงเพราะการสอนวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระดับ PRE-CLINIC นั้น จำเป็นจะต้องสร้างความแข็งแกร่ง มีการพัฒนาทางด้านวิชาการให้ผสมผสานกลมกลืนเข้ากับวิชาชีพแต่ละสายจึงจะทำให้จัดการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ บรรลุเป้าหมายได้บัณฑิตที่พึงประสงค์

สภามหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มีมติเห็นชอบการจัดตั้งและแบ่งส่วนงานของคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2544